ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

กรอ. ชี้ รง.รีไซเคิลฯ ฉะเชิงเทรา เข้าข่ายลักลอบประกอบกิจการ เตรียมลุยคุมเข้ม 31,000 โรงงาน ก่อนสิ้นปี 61

          กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ชี้แจงกรณีร้องเรียนจากโรงงานประกอบกิจการ รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท ดับบลิว เอ็มดี ไทย รีไซคลิ้ง จำกัด จ.ฉะเชิงเทรา เผยโรงงานดังกล่าว มีการประกอบกิจการก่อนวันที่แจ้งไว้ และมีการลักลอบนำเข้าขยะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศเข้ามาคัดแยกรีไซเคิลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะต้องระวางโทษตามมาตรา 73 จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กระบวนการดังกล่าวมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ภายในปี 2561 กรอ. เตรียมแผนเร่งด่วนออกตรวจสถานประกอบการทั่วประเทศ 31,000 แห่ง ตลอดจนเตรียมร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน.เข้าตรวจสอบกลุ่มโรงงานในพื้นที่อีอีซี โดยจะเน้นการตรวจสอบเรื่องมลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ และการจัดการกากอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามกฎหมายและใบประกอบอนุญาตกิจการอย่างเคร่งครัด
          สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2202 4167 หรือเข้าไปที่ www.diw.go.th
          นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากประเด็นร้องเรียนของชาวบ้านในพื้นที่ ต.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานประกอบกิจการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท ดับบลิว เอ็มดี ไทย รีไซคลิ้ง จำกัด ที่มีการหลอมตะกั่วส่งกลิ่นเหม็นรบกวนตลอดเวลา หลังจากตรวจสอบ พบว่า บริษัทดังกล่าว ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการถอดแยกชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และบดย่อยชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จริง แต่บริษัทฯ ถูกสั่งให้ระงับการประกอบกิจกรรมเพื่อปรับปรุงแก้ไขโรงงาน พร้อมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบขจัดมลพิษทางอากาศ ตลอดจนยังมีความผิดด้านเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เนื่องจากมีการประกอบกิจการโรงงานก่อนวันเริ่มประกอบกิจการโรงงานที่แจ้งไว้ 
          ส่วนกรณีวัตถุดิบที่ตรวจพบภายในบริเวณโรงงาน เป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์จำพวกชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล ซึ่งหากมีการนำเข้าจากต่างประเทศจะต้องได้รับคำยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างหน่วยงานภาครัฐจากประเทศต้นทางกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนมีการเคลื่อนย้ายข้ามแดน และบริษัทฯ ต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายก่อนเท่านั้น จึงจะนำเข้ามาในประเทศไทยได้ แต่จากการตรวจสอบ บริษัทฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของอนุสัญญาบาเซล จึงมีความผิดตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษตามมาตรา 73 จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
          นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า กรอ. ได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้การกำกับลงพื้นที่ตรวจกำกับดูแลสถานประกอบการของกระทรวงอุตสาหกรรม และกรมโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 31,000 โรงงาน ภายในปี 2561 โดยจะเน้นการตรวจสอบที่เน้นเรื่องมลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ และการจัดการกากอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติตามเงื่อนไขใบประกอบอนุญาตกิจการอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังจะเน้นการตรวจสอบกลุ่มโรงงานในพื้นที่อีอีซี ในเรื่องของการจัดการกากอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง โดยจะวางแผนร่วมตรวจสอบกับฝ่ายปกครองของ จังหวัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ซึ่งจะดำเนินการตามแผนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2561
          สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2202 4167 หรือเข้าไปที่ www.diw.go.th