ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

SACICT จัดกิจกรรม Craft Knowledge Exchange Program การศึกษาแลกเปลี่ยนทักษะในงานศิลปหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์

          สืบเนื่องมาจากความสำเร็จของการจัดงาน ASEAN Selection ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ต่อยอดไปสู่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทักษะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในงานศิลปหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ผ่านการ เข้าร่วมกิจกรรม Craft Knowledge Exchange Program กิจกรรมที่ได้รวบรวม นักออกแบบจากสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับรางวัล ASEAN Selections และ Innovative Craft Award จำนวน 12 ท่าน มาร่วมกันเดินทาง สู่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อศึกษาและ แลกเปลี่ยนทักษะในงานศิลปหัตถกรรม ผ่านการลงพื้นที่ ในชุมชนหัตถกรรม สัมผัสวิถีชีวิตความ เป็นอยู่ธรรมชาติและวัฒนธรรม ซึ่งนับเป็นรากเหง้าของงาน หัตถกรรม ในแต่ละแขนง ตลอดจน การศึกษาแนวคิด ในการทำการตลาดใหม่ๆ การใช้วัสดุ แนวทางการพัฒนา รวมถึงการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรม เสวนา ทำเวิร์คช้อปและทดลองสร้างแบบจำลองชิ้นงาน เพื่อนำไปต่อยอดและเป็นแรงบันดาลใจสู่การสร้างงานศิลปหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ในอนาคต
          ทั้งยังมีการพานักออกแบบทั้ง 12 ท่าน เดินทางไปที่ จ.ปัตตานี เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ ความรู้ ระหว่างนักออกแบบไทยและอาเซียนกับหัตถกรรมชุมชนไทย เพื่อเป็นการต่อยอดในการ ก้าวไปสู่ตลาดทั่วโลก และศึกษากับ 8 ช่างชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ 1.กลุ่มเบญจเมธา เซรามิก อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี 2.ชุมชนจักสานไม้ไผ่ บ้านทุ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี 3.ชุมชนว่าวเบอร์อามัส จ.ปัตตานี 4.ชุมชนจักสานย่านตอไห่ บ้านควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี 5.ชุมชนเครื่องปั้นดินเผา บ้านกูยังบาเดาะ อ.มายอ จ.ปัตตานี 6.กลุ่มเยาวชนรักษ์กะลา อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี 7.กลุ่มเยาวชนทำกริชบ้านตะโละหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา 8.ชุมชนจักสานกระจูด จ.นราธิวาส
          คุณอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) กล่าวในการ เปิดกิจกรรม Craft Knowledge Exchange Program ที่จ.ปัตตานี ว่า สิ่งที่ SACICT เชื่อมั่นและมุ่งเน้นมาโดยตลอด คือ คุณค่าของหัตถศิลป์สามารถประยุกต์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตได้เสมอ การทำงานด้านศิลปหัตถกรรมจึงต้องพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง
          กิจกรรม Craft Knowledge Exchange Program ครั้งนี้ ถือเป็นการนำไอเดียจากการออกแบบ ร่วมสมัยโดยเหล่านักออกแบบไทยและอาเซียน มาพบกับหัตถกรรมชุมชนไทย บนความท้ายเพื่อสร้าง การออกแบบที่ขยายประเพณี งานฝีมือ บรรจุองค์ความรู้เดิม เพิ่มเติมองค์ความรู้ใหม่ ต่อยอดเพื่อก้าวไปสู่ ตลาดทั่วโลกโดยสร้างมูลค่าให้กับชุมชน ช่างฝีมือ ได้มองเห็นคุณค่าถึงภูมิปัญญา ดั้งเดิมเพื่อสืบทอด ไม่ให้ สูญหายไป ด้วยแรงบันดาลใจและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน ระหว่างนักออกแบบ กับช่างศิลปหัตถกรรมไทย อันจะนำไปสู่การต่อยอดในการพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมต่อไป
          การเดินทางในครั้งนี้คณะนักออกแบบได้รับองค์ความรู้ใหม่มากมายทั้งเรื่องทักษะในงานช่างแบบดั้งเดิมรวมถึงได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงความเป็นตัวตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้ถึงลักษณะการทำงานหัตถกรรมที่สามารถต่อยอดไปสู่ระดับอุตสาหกรรมได้ โดยการใช้ระบบการจัดการที่มีคุณภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเพิ่มมูลค่าและดูแลเรื่องคุณภาพงานของสินค้า ในขณะเดียวกันก็มีการพัฒนางานดีไซน์ ที่ดีไซเนอร์หรือผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์จะเข้าไปทำงานร่วมกับช่างฝีมือเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบของสินค้าให้มีลักษณะร่วมสมัยขึ้น แต่ยังใช้วิธีการทำงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม นับว่าครบถ้วนตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่โครงการตั้งไว้ได้เป็นอย่างดีและสมบูรณ์